โดเรม่อนตำนานการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตีตลาดโลกได้สูงสุด

การ์ตูนเรื่องนี้ถูกเขียนโดยอาจารย์ ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ที่เป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์ในโลกอนาคต มีชื่อว่าโดราเอม่อน เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 เทียบกับในพ.ศ. ไทย คือ 2655 ซึ่งกว่าจะถึงนั้นก็เป็นร้อยๆ ปีแล้ว เนื้อเรื่องนั้นมีเหตุที่ว่า โดราเอม่อนได้กลับมายังโลกปัจจุบันเพื่อช่วยเหลือโนบิตะ ที่เป็นเด็กธรรมดาจอมขี้เกียจ หนังสือการ์ตูนโดนราเอม่อนนั้นเริ่มตีพิมพ์ในครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ

เพอร์ซีย์ แจ็กสัน นิยายแฟนตาซีสุดฮิตที่กำลังดังในกลุ่มคนไทย

ทุกคนคงรู้จักนิยายแฟนตาซีที่เป็นเรื่องราวของเด็กชายที่เป็นบุตรของ โพไซดอน ที่เป็นเทพแห่งมหาสมุทร หนังสือนิยายนี้มีครบชุดเลยประกอบทั้งหมดเป็น 5 เล่มด้วยกัน คือ 1.เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับ สายฟ้าที่หายไป 2.เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับ อาถรรพ์ ทะเลปีศาจ 3เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับ คำสาปแห่งไททัน

การพัฒนาตัวเองด้วยการอ่าน

การอ่านหรือค้นคว้าหาข้อมูลมีความจำเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ต่างๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบโลกหรือความเป็นมาของบางอย่างในอดีต ดังนั้นการอ่านจึงมีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบันนี้มีช่องทางในการศึกษาข้อมูลได้จากหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือพิมพ์ หนังสือเรียนรวมไปถึงวรรณคดีและอินเทอร์เน็ตไม่ว่าเราจะศึกษาจากช่องทางไหน มันก็ช่วยให้เราพัฒนาในด้านการอ่านและสมองของเราได้อย่างมากยิ่งถ้าหากเราหมั่นอ่านหนังสือมากแค่ไหนก็จะยิ่งดีแก่ตัวเรามากยิ่งขึ้น ในทุกวันนี้ยิ่งช่องทางการหาความรู้มีมากขึ้นและง่ายต่อการค้นหา เช่นจากอินเทอร์เน็ตหรือจากนวนิยายที่มีมากมายในเวลานี้ถูกเขียนขึ้นอย่างมากมายรวมไปถึงสื่อต่างๆหน้าใหม่ที่เกิดขึ้นมา ในอินเทอร์เน็ตเองก็มีเว็บไซต์ที่ให้ความรู้มากมายในหลายด้านเช่นเว็บข่าวเหตุการณ์ต่างๆ หรือข่าวกีฬา และยังมีเว็บไซต์ที่เป็นด้านสารคดีโบราณรวมถึงประวัติต่างๆสำคัญในรอบโลกไม่ว่าจะเป็นของประเทศไทยหรือต่างประเทศเองก็ตาม ดังนั้นหากเราจะศึกษาห้าข้อมูลจากการอ่านก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร โดยอาจจะเริ่มจากหนังสืออ่านทั่วไปหรือหนังสืออ่านฆ่าเวลาเพื่อที่จะฝึกทักษะด้านการอ่านหรือการจำก่อนก็ได้ แต่สำหรับบางคนที่ชื่นชอบการอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่ไม่ชอบที่จะอ่านหนังสือที่เป็นด้านความรู้ แต่ชื่นชอบในแบบการ์ตูนมากกว่าก็ลองเริ่มจากการหานิยายหรือวรรณคดีที่มีคำอ่านที่ยากๆ หรือที่ใช้ความเข้าใจในการอ่านเป็นส่วนผสมแล้วจึงเริ่มลองอ่านแบบเนื้อหาที่เป็นวิชาการดูบ้าง แต่ในทุกวันนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ชื่นชอบในการอ่านหนังสือเลยแม้แต่น้อยโดยมีเฉลี่ยการอ่านหนังสืออยู่เพียงแค่ 3 บรรทัดเท่านั้นเอง