หนังสือเล่มแรกของคุณตัน

กว่าจะมาเป็นคุณตันได้ในทุกวันนี้คุณตันหรือที่เรารู้จักกันในนาม” ตัน อิชิตัน”ได้เคยเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับประวัติของตัวเขาเองโดยหนังสือที่เราจะพูดถึงนี้มีชื่อว่า “คำตัน“ ซึ่งเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแรงบัลดานใจและความสำเร็จในชีวิตซะส่วนใหญ่เพราะว่าชีวิตของเขาได้ไปประสบกับเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างจนทำให้ตัวเขาเองเคยท้อแต่ไม่ยอมแพ้และก็ทำให้ตัวเขาได้มีวันนี้ เริ่มจากชีวิตตอนวัยรุ่นของเขาเลยดีกว่า คุณตันเรียนจบแค่มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังจากนั้นเขาก็ได้เปิดร้านขายหนังสือโดยที่เขาได้เช่าแผ่งลอยและได้ขยับขยายเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกแต่แล้วในหนังสือที่เขาได้เขียนบงบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของอาชีพของตัวเขาเอง เนื่องจากการขนส่งที่เป็นอุปสรรค์ในหน้าฝนทำให้กิจการของตัวเขาต้องปิดลง จากนั้นในหนังสือได้เล่าเหตุที่เขาได้ไปเป็นพนักงานในบริษัท โออิชิ จนทำให้ตัวเขาเองสร้างเนื้อสร้างตัวและผันตัวมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัท โออิชิ และทำให้เขาได้คิดค้นน้ำชาเขียวเพื่อให้เข้ากับร้านอาหารญี่ปุ่นบุฟเฟ่ของเขาเองจนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าที่ได้มาทานอาหาร แถมยังมีลูกค้าบางรายถึงกับของซื้อน้ำชาเขียวกลับไปทานที่บ้านกันเลยทีเดียว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของน้ำชาเขียวที่มีคนบริโภคกันอย่างแพร่หลาย และในหนังสือเล่มนี้ยังบอกถึงการที่เขาได้ขายหุ้นส่วนทั้งหมดของ โออิชิ เพื่อมาเปิดบริษัทใหม่เป็นของตัวเองและบริษัทนี้ได้มีชื่อว่า

ที่มาของหนังสือพิมพ์ไทย

หนังสือพิมพ์ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศโดยมีการสื่อสารข่าวสารบ้านเมืองเป็นตัวอักษรของประเทศนั้นๆจากการพิมพ์ของเครื่องตีพิมพ์ของต่างประเทศซึ่งจะเป็นที่รู้จักกันในคนที่มีฐานะและมียศถ้าบรรดาศักดิ์หรือคุณหญิงคุณนายรวมไปถึงพวกผู้ดีมีเงินในสมัยนั้นๆซะส่วนใหญ่เพราะชาวบ้านทั่วไปในตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้ตัวหนังสือซักเท่าไหร่นั้นเอง ในสมัยราชกาลที่ ๓ ได้มีการนำเครื่องพิมพ์มาจากฝรั่ง และได้มีการตีพิมพ์ข่าวสารบ้านเมืองไทยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องของการอ่านคำราชาศัพท์ ซึ่งในสมัยราชกาลที่ ๔ ตอนปลายจนถึงราชที่ ๕ ได้มีการปรับเปลี่ยนคำให้เข้าใจง่ายโดยสมัยนั้น หนังสือพิมพ์มีกันทั้งหมด 4 หน้า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ในบ้านเมือง ข่าวการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ต่อมาในสมัยราชกาลที่ ๖ ได้มีการแข่งขันการตีพิมพ์เนื้อหาข่าวโดยมีคู่แข่งได้พิมพ์เนื้อหาข่าวให้มากขึ้น

อ่านหนังสือยังไงให้ง่ายและจดจำอย่างแม่นยำ

คงประสบปัญหาที่ว่าอ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ หรือลืมอย่างรวดเร็วในหลายๆคนโดยเฉพาะการอ่านหนังสือสอบ หรือการอ่านบทความเรียงความ แม้กระทั้งบทสัมภาษณ์ แต่ผิดกับหนังสือการ์ตูนหรื นวนิยายที่อ่านแล้วจำได้ดีไม่ว่าจะเป็นชื่อตัวละคร บทพูดต่างๆ เลยทำให้เกิดความสงสัยว่ามันแตกต่างกันอย่างไรทั้งๆที่เป็นหนังสือเหมือนกัน สาเหตุอาจจะเป็นเพราะความสนใจที่จะอ่านและจดจำมีมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่าหนังสือที่เราอ่านแล้วไม่เข้าใจอาจจะเกิดจากเพราะเป็นหนังสือที่เราไม่อยากจะสนใจอ่านเวลานั้นๆ ผิดกับหนังสือนิยายหรือหนังสืออ่านฆ่าเวลาที่สามารถหยิบมาอ่านเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อเราอยากจะอ่าน หรือมีอารมณ์และเวลาว่างให้กับมัน ดังนั้นในหลายๆเทคนิคส่วนใหญ่ถึงแนะนำให้อ่านในสถานที่ไม่มีอะไรรบกวนและเงียบสงบที่สุด ไม่มีสิ่งใดมาก่อกวนสมาธิจึงทำให้เกิดความเข้าใจและการจดจำให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการสนใจที่จะหาความรู้ค้นคว้าก็มีส่วนสำคัญในการอ่านและจดจำเช่นกัน ยกตัวอย่างหากเราสนใจในเรื่องกล้อง เราก็จะสามารถจดจำและเพิ่มพูนความสามารถได้อย่างรวดเร็วโดยการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หากเราไม่ชื่นชอบในสิ่งที่กำลังอ่านหรือหัวข้อที่กำลังศึกษาเราก็จะทำความเข้าใจได้ช้าและจดจำได้ไม่แม่นยำ ดังนั้นหากจะอ่านหนังสือเพื่อทำความเข้าใจและจดจำได้ง่ายต้องมีแรงบันดาลใจ และพยายามจับใจความที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงให้ได้

สุดยอดหนังสือนิยาย The lord of the rings (อภินิหารแหวนครองพิภพ)

คนส่วนใหญ่ต่างรู้จักเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ จากหนังภาพยนตร์ที่ออกฉายในช่วง พ.ศ.2544 โดยในภาพยนตร์นั้นมีรวมกันทั้งหมดถึง 3 ภาคด้วยกัน โดยในภาคสุดท้ายนั้นจบลงในปี พ.ศ.2546 โดยใช้ชื่อว่า The Lord of the Rings: The Return of the King (เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์

พ่อมดน้อยแฮร์รี่ หนึ่งในหนังสือสุดขายดี

วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ รวมไปถึงเด็กในยุคนี้คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินคำว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ถึงแม้จะมีการเขียนตอนจบไปแล้ว รวมไปถึงภาพยนตร์แต่นั้นก็ไม่ทำให้ใครหลายคนลืมพ่อมดน้อยคนนี้ โดยแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้นแรกเริ่มมาจากหนังสือที่เขียนโดย เจ.เค. โรว์ลิง ที่ใช้เวลาเขียนถึง 10 ปีด้วยกัน นั้นคือตั้งแต่ หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคแรกวางจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2540