หนังสือพิมพ์ที่ขายดีในช่วงนี้

นี่คือตัวอย่างที่แสดงว่าหนังสือมีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมาก ในภาพคือหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับพิเศษวันที่ 18 ต.ค. 2559 โดยเป็นการพิมพ์ใหม่เนื่องจากที่เคยวางจำหน่ายแล้วเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2559 แต่เนื่องจากเป็นที่ต้องการของผู้คนเป็นอย่างมากจึงเกลี้ยงแผงภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพราะผู้คนเป็นจำนวนมากต่างหาซื้อเพื่อนำไปสะสม ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะสามารถหาข่าวหรือรูปจากโลกออนไลน์แล้วพิมพ์ข่าวเก็บไว้หรือพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์แล้วนำมาใส่กรอบรูปอย่างสวยงามและง่ายดายก็ตาม แต่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะหาข่าวหรือพระบรมฉายาลักษณ์จากหนังสือพิมพ์มากกว่าแม้ว่ากว่าจะหามาได้ต้องตระเวนหาตามร้านหนังสือพิมพ์หลายร้านแต่ถ้าหามาได้ก็จะให้คุณค่าทางจิตใจได้เป็นอย่างดีเหมาะแก่การเก็บสะสมเป็นอย่างยิ่ง โดยการพิมพ์เพิ่มครั้งที่ 2 ของเดลินิวส์ในครั้งนี้ก็เชื่อแน่ว่าจะต้องหมดภายในระยะเวลาอันสั้นอย่างแน่นอนซึ่งบางคนถึงกับมารอคอยก่อนที่หนังสือพิมพ์จะมาส่งที่ร้านก็มี

book1

10 อันดับสุดยอด หนังสือขายดีตลอดกาล

  หนังสือก็เปรียบเสมือนโลกอีกใบหนึ่งที่ท่านสามารถเข้าไปสัมผัสได้ หนังสือนั้นมีการแบ่งได้หลากหลายประเภท ทั้งนิยาย ศาสนา เรื่องราวในชีวิต หรือ แม้ แต่บทกวี บทวิจารณ์ หนังสือที่ดีนั้นต้องสามารถเข้าถึงผู้อ่านได้ ต้องทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีอารมณ์ร่วม สามารถเข้าถึงเจตนารมของผู้เขียนได้ นั่นเองจึงถือได้ว่านั่นคือหนังสือดี แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าหนังสือเล่มไหนควรค่าแก่การเก็บสะสมหรือซื้อมาอ่านบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 หนังสือดี ที่สามารถทำสถิติขายดลอดกาลทั้งหมด 10

book

วิธีขจัดความขี้เกียจในการอ่านหนังสือ

ในโลกความเป็นจริงแล้วหนังสือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไปอย่างมากเพราะส่วนใหญ่แล้วนั้นข้อมูลที่เราต้องการจะรวมอยู่ไหนหนังสือทั้งหมด ถ้าเปรียบดังวัยเรียนเรา เวลาเข้าสอบนั้นเราจะต้องอ่านเพื่อให้จำในสิ่งที่จะต้องสอบในวันพรุ่งนี้ซึ่งการอ่านนั้นสำคัญครับ ไม่มีใครที่เห็นโจทย์แล้วตอบได้เลย การอ่านจะทำให้เราเพิ่มพูนความรู้และตอบคำถามนั้นๆ ได้ นั่นก็คือความรู้ทางโลก แต่มักจะมีหลายคนที่ยอมแพ้กับการอ่านเพียงเพราะความขี้เกียจนั่นอ่าน อ่านไปสักพักก็เบื่อแล้วไปทำอย่างอื่น หลายคนก็คงเคยเป็นล่ะ ลองมาดูวิธีการอ่านที่ดีกันครับเพื่อเอาชนะในสิ่งที่เราเป็น 1.เขียนตารางอ่านหนังสือ เพราะความขี้เกียจจะทำให้เราผันเปลี่ยนเวลาไปเรื่อย ให้เราจัดวางตารางของการอ่าน ใครที่ติดขี้เกียจเราก็จัดการอ่านที่ 5-10 นาที แต่พอเราเริ่มทำได้แล้วนั้นก็ขยับขยายเวลาเพื่อให้อ่านได้นานยิ่งขึ้น 2.อ่านเรื่องที่เราสนใจก่อน เพราะอย่างหนึ่งเลยจะมีบางเรื่องที่เราไม่ชอบหรืออาจลืมมันไปจึงให้ทำการอ่านเรื่องที่เราสนใจและชอบมัน

เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวดหนังสือคอมเมดี้เกาหลี

บทความน่ารักๆ ของวัยรุ่นที่ต้องพอเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งเนื้อเรื่องนี้แปลมาจากภาษาเกาหลี ผู้เขียนนั้นเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยโซล ชื่อ คิมรันโด โดยอาจารย์ท่านนี้ได้สรรค์สร้างเนื้อเรื่องจากชีวิตนักเรียนให้สะท้อนในแง่มุมต่างๆ ของวัยรุ่น เนื้อหาโดยประมาณนั้นคงไม่ต่างจากวัยรุ่นไทยมากสักเท่าไหร่แต่ถ้าได้ลองอ่านแล้วนั้นจะเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากชีวิตวัยรุ่นเลยก็ว่าได้ หลักๆเลยนั้นจะเป็นแนวทางการวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ความคิด ความรู้สึกของเด็กวัยรุ่นได้อย่างชัดเจน ซึ่งนั่นก็หมายถึงความฝันของนักเรียนที่พยายามเรียนรู้ให้มากที่สุดเพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีในวันข้างหน้าแต่ก็ต้องเจออุปสรรค์มากล้นที่จะก้าวผ่านไปได้ยาก ซึ่งจะมีทั้งความผิดพลาดตามมาจนทำให้เกิดไม่อยากทำมันต่อเพราะกลัวความฝันสลายลงไป ตามจริงแล้วนั้นหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้เด็กวัยรุ่นอย่างเด็กมหาลัยอ่านเท่านั้น แต่ก็อยากให้เด็กมัธยม คนวัยทำงานได้อ่าน ได้เข้าใจถึงอดีตหรืออนาคตที่เรากำลังตามหาความฝันแล้วจะทำมันให้ได้ อาจจะมีบางครั้งทำให้รู้สึกท้อถึงในอดีตวัยรุ่นเพราะได้ทำสิ่งที่พลาดพลั้งไปแต่ก็ไม่ได้สายเกินไปอย่างที่คิด ซึ่งการเขียนเนื้อเรื่องแนวนี้ทำให้คนหลายคนได้อ่านอย่างเข้าใจได้อย่างง่ายๆ

อัพเดทข่าวสารจากแวดวงการบันเทิงหรือติดตามแฟชั่นไลฟ์สไตล์

การติดตามของวงการบันเทิงนั้นเชื่อว่าใครหลายคนก็ชอบที่จะตามข่าวนี้โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบในผลงานละครจนติดงอมแงมถึงกับเวลาเลิกงานก็ต้องกลับไปดูให้ได้ หรือบางท่านก็ชอบเป็นรายบุคคลซึ่งเรียกว่าแฟนคลับนั่นเอง คนพวกนี้จะติดตามสถานที่ที่ดารานั้นๆ ไปออกงานหรือออกรายการต่างๆ โดยหาข้อมูลจากหนังสือรายวัน หรือถ้าเป็นงานล่วงหน้าก็จะเป็นรายเดือน ทำให้สามารถค้นหาได้อย่างตามใจชอบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องเสื้อผ้าแฟชั่นในแบบใหม่ จะมีหนังสือแคตตาล็อคที่คอยมาสร้างความอยากให้บรรดาชาวนักแต่งตัวให้เกิดกิเลศ ซึ่งมีพร้อมทั้งเสื้อผ้า รองเท้า สร้อยคอ หมวก และสินค้ามากมาย ส่วนใหญ่แล้วนั้นการทำหนังสือเพื่ออัพเดทแฟชั่นจะเกิดที่สยามสแควร์โดยมีบรรดาชาวสยามที่เดินไปมาทั่วๆไป หรือบุคคลธรรมดาแต่แต่งตัวไม่ธรรมดาจนต้องมีคนไปถ่ายรูปเพื่อลงนิตยสาร จากนั้นก็ไปทำงานอัพเดทราคาให้เห็นกันชัดๆ เผื่อใครที่ได้เข้ามาเชยชมจากหนังสืออัพเดทรายสัปดาห์ก็สามารถหาแหล่งซื้อได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วนั้นพออัพเดทได้ไม่นานก็ต้องเกิดการก็อปปี้มันขึ้นมาโดยมากมายมหาศาลจนร้านเจ้งกันไปเลยทีเดียว

The alchemist by Paulo Coelho

สุดยอดหนังสือเรียกแรงบัลดาลใจให้ฮึดสู้เพื่ออนาคตที่รออยู่

ถ้าใครกำลังถอดใจหรือไม่ค่อยมีกำลังใจนั้นอยากลองแนะนำให้ลองมาอ่านหนังสือในแนวทางให้กำลังใจ อย่างใครทำกำลังดำเนินการทำงานใหญ่อะไรสักอย่างหรือกำลังสร้างความฝันตัวเองแต่ต้องล้มลงด้วยเหตุต่างๆ นาๆ จนทำให้เกิดอาการเครียดขึ้นมาจึงอยากขอแนะนำหนังสือจากต่างประเทศที่สร้างแรงบัลดาลใจให้เกิดความฮึดสู้ขึ้นได้และทำให้จิตใจนั้นนิ่งสงบยิ่งขึ้นลองมาดูกันครับว่ามีอะไรน่าอ่านบ้าง พบกับเล่มแรกที่อยากแนะนำด้วย The alchemist by Paulo Coelho ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวความฝันของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่พยายามจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆยอมละทิ้งอนาคตและครอบครัวเพื่อการเดินทางไปยังจุดหมายจนได้แรงบันดาลใจจากความฝันของตนนั่นเอง Thebrief Wondrous Life of Oscar Wao by Junot Diaz